CryptoFutures

คริปโทเคอร์เรนซีและตลาด

Deribit

Deribit: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้เริ่มต้นสู่โลกของฟิวเจอร์สคริปโต Deribit คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? และคุณจะเริ่มต้นเทรดได้อย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Deribit อย่างละเอียด…

Deribit — คริปโทเคอร์เรนซีและตลาด, CryptoFutures
  1. Deribit: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้เริ่มต้นสู่โลกของฟิวเจอร์สคริปโต

Deribit คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? และคุณจะเริ่มต้นเทรดได้อย่างไร? บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Deribit อย่างละเอียด ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงกลยุทธ์การเทรดขั้นสูง พร้อมทั้งคำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเข้าสู่ตลาด ฟิวเจอร์สคริปโต นี้

  • Deribit คืออะไร?**

Deribit เป็น exchange (ตลาดซื้อขาย) คริปโตเคอร์เรนซีที่เน้นการซื้อขาย อนุพันธ์ (Derivatives)) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิวเจอร์ส (Futures)) และ ออปชัน (Options)) บนสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก เช่น Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 Deribit ได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพและสถาบัน เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง, เครื่องมือการเทรดที่หลากหลาย และความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

  • ความแตกต่างระหว่าง Deribit และ Exchange อื่นๆ**

แตกต่างจาก exchange อื่นๆ อย่าง Bybit หรือ Coinbase ที่เน้นการซื้อขาย Spot Market (การซื้อขายเหรียญโดยตรง) Deribit มุ่งเน้นไปที่การซื้อขายอนุพันธ์ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ได้ซื้อขายเหรียญจริงโดยตรง แต่เป็นการซื้อขายสัญญาที่อ้างอิงถึงราคาของเหรียญนั้นๆ

  • Spot Market: การซื้อขายเหรียญจริง เช่น ซื้อ BTC ด้วย USD
  • อนุพันธ์ (Derivatives): การซื้อขายสัญญาทั้งหลายที่มูลค่าอิงตามสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน

  • ข้อดีของ Deribit**

  • สภาพคล่องสูง: Deribit มีปริมาณการซื้อขายสูง ทำให้ง่ายต่อการเข้าและออกจากตลาดโดยไม่กระทบต่อราคามากนัก

  • เครื่องมือการเทรดที่หลากหลาย: มีเครื่องมือมากมายสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น กราฟ, ตัวชี้วัด และเครื่องมือวาด
  • ประเภทของสัญญาที่หลากหลาย: มีทั้งฟิวเจอร์สและออปชันให้เลือกเทรด รวมถึงสัญญาที่มีวันหมดอายุที่แตกต่างกัน
  • Leverage สูง: อนุญาตให้ใช้ leverage (การใช้เงินทุนน้อยเพื่อควบคุมตำแหน่งขนาดใหญ่) สูงสุดถึง 100x ซึ่งสามารถเพิ่มผลกำไร (และขาดทุน) ได้อย่างมาก
  • ความปลอดภัย: Deribit ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินทุนของผู้ใช้ โดยมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การเก็บสินทรัพย์ใน cold storage
  • ประกันภัย: Deribit มีระบบประกันภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกแฮกหรือการฉ้อโกง

  • ข้อเสียของ Deribit**

  • ความซับซ้อน: การซื้อขายอนุพันธ์มีความซับซ้อนกว่าการซื้อขาย spot market และต้องมีความเข้าใจในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

  • ความเสี่ยงสูง: การใช้ leverage ที่สูงสามารถนำไปสู่การขาดทุนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว
  • ค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมการซื้อขายอาจสูงกว่า exchange อื่นๆ

  • ประเภทของสัญญาบน Deribit**

  • ฟิวเจอร์ส (Futures): สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและปริมาณของสินทรัพย์ที่จะซื้อขายในวันที่กำหนดในอนาคต ฟิวเจอร์ส Bitcoin และ ฟิวเจอร์ส Ethereum เป็นสัญญาฟิวเจอร์สที่ได้รับความนิยมสูงสุดบน Deribit

  • ออปชัน (Options): สัญญาที่ให้สิทธิ์ (แต่ไม่บังคับ) ในการซื้อ (Call Option) หรือขาย (Put Option) สินทรัพย์ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าภายในวันที่กำหนด ออปชัน Bitcoin และ ออปชัน Ethereum ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน
  • Perpetual Swaps: คล้ายกับฟิวเจอร์ส แต่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้สามารถถือตำแหน่งได้นานเท่าที่ต้องการ

  • การเริ่มต้นใช้งาน Deribit**

  1. การสมัครสมาชิก: เข้าไปที่เว็บไซต์ Deribit (https://www.deribit.com/(https://www.deribit.com/)) และสมัครสมาชิกโดยใช้ที่อยู่อีเมลของคุณ
  2. การยืนยันตัวตน (KYC): เพื่อให้สามารถฝากและถอนเงินได้ คุณจะต้องผ่านกระบวนการ KYC โดยการยืนยันตัวตนของคุณด้วยเอกสารประจำตัว
  3. การฝากเงิน: ฝากเงินเข้าบัญชี Deribit ของคุณ โดยรองรับการฝากด้วย Bitcoin และ Ethereum เป็นหลัก
  4. การตั้งค่า 2FA: เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (2FA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ
  5. การทำความเข้าใจกับ Interface: ทำความคุ้นเคยกับ interface ของ Deribit ซึ่งอาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อใช้งานไปสักพักก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  • กลยุทธ์การเทรดบน Deribit**

  • Long/Short: กลยุทธ์พื้นฐานที่สุดคือการซื้อ (Long) หากคาดว่าราคาจะสูงขึ้น และขาย (Short) หากคาดว่าราคาจะลดลง Long Position และ Short Position

  • Scalping: การทำกำไรจากความผันผวนของราคาในระยะสั้นๆ โดยการเปิดและปิดตำแหน่งอย่างรวดเร็ว Scalping Strategy
  • Day Trading: การเปิดและปิดตำแหน่งภายในวันเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถือตำแหน่งข้ามคืน Day Trading Strategy
  • Swing Trading: การถือตำแหน่งเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะกลาง Swing Trading Strategy
  • Hedging: การใช้ฟิวเจอร์สหรือออปชันเพื่อลดความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล Hedging Strategy
  • Iron Condor: กลยุทธ์ออปชันที่ใช้ประโยชน์จากความผันผวนที่คาดว่าจะคงที่ Iron Condor
  • Straddle/Strangle: กลยุทธ์ออปชันที่ใช้ประโยชน์จากความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น Straddle และ Strangle
  • Covered Call: กลยุทธ์ออปชันที่ใช้เพื่อสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลที่คุณถืออยู่ Covered Call Strategy
  • Protective Put: กลยุทธ์ออปชันที่ใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคา Protective Put Strategy
  • Arbitrage: การหาประโยชน์จากความแตกต่างของราคาในตลาดต่างๆ Arbitrage Trading
  • Mean Reversion: กลยุทธ์ที่เชื่อว่าราคาจะกลับสู่ค่าเฉลี่ย Mean Reversion Strategy
  • Trend Following: กลยุทธ์ที่เชื่อว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิมต่อไป Trend Following Strategy
  • Breakout Trading: กลยุทธ์ที่ซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้าน หรือขายเมื่อราคาทะลุแนวรับ Breakout Trading Strategy
  • Momentum Trading: กลยุทธ์ที่ซื้อสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มราคาที่แข็งแกร่ง Momentum Trading Strategy
  • Statistical Arbitrage: กลยุทธ์ที่ใช้แบบจำลองทางสถิติเพื่อหาโอกาสในการทำกำไร Statistical Arbitrage

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์พื้นฐาน**

การเทรดบน Deribit ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ทั้งทางเทคนิคและพื้นฐาน

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis): การศึกษาข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายในอดีตเพื่อทำนายแนวโน้มราคาในอนาคต เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้แก่ Moving Averages, Relative Strength Index (RSI)), MACD, Fibonacci Retracements, และ Chart Patterns
  • การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis): การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น เทคโนโลยี, การนำไปใช้, ทีมพัฒนา, และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ Fundamental Analysis

  • การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)**

การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเทรดฟิวเจอร์สและออปชัน

  • Stop-Loss Orders: ตั้งค่า Stop-Loss Order เพื่อจำกัดการขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้
  • Position Sizing: กำหนดขนาดของตำแหน่งที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้
  • Diversification: กระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย
  • Leverage Management: ใช้ leverage อย่างระมัดระวังและเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

  • แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม**

  • Deribit Help Center: https://help.deribit.com/(https://help.deribit.com/)

  • Deribit Blog: https://www.deribit.com/blog/(https://www.deribit.com/blog/)
  • TradingView: https://www.tradingview.com/(https://www.tradingview.com/) (แพลตฟอร์มสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค)

  • สรุป**

Deribit เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าสู่โลกของฟิวเจอร์สและออปชันคริปโต อย่างไรก็ตาม การเทรดอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องมีความเข้าใจในตลาดและการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างดี ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่ถูกต้อง คุณสามารถใช้ Deribit เพื่อสร้างผลกำไรและบรรลุเป้าหมายทางการเงินของคุณได้

Bitcoin Futures, Ethereum Futures, Cryptocurrency Trading, Options Trading, Derivatives Trading, Leverage Trading, Risk Management, Technical Analysis, Fundamental Analysis, Trading Strategies, Volatility, Liquidity, Margin Trading, Exchange, Crypto Exchange

แพลตฟอร์มการซื้อขายฟิวเจอร์สที่แนะนำ

แพลตฟอร์ม คุณสมบัติฟิวเจอร์ส ลงทะเบียน
Bybit Futures เลเวอเรจสูงสุดถึง 125x, สัญญา USDⓈ-M ลงทะเบียนเลย
BingX Futures การซื้อขายโดยการคัดลอก เข้าร่วม BingX
Bitget Futures สัญญารับประกันด้วย USDT เปิดบัญชี
Bybit แพลตฟอร์มคริปโต, เลเวอเรจสูงสุดถึง 100x Bybit
Pionex Futures บอทเทรดในตัว, สัญญาเพอร์เพชวล USDⓈ-M สมัคร Pionex

เข้าร่วมชุมชนของเรา

ติดตามช่อง Telegram @strategybin เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม. แพลตฟอร์มทำกำไรที่ดีที่สุด – ลงทะเบียนเลย.

เข้าร่วมกับชุมชนของเรา

ติดตามช่อง Telegram @Crypto_futurestrading เพื่อการวิเคราะห์, สัญญาณฟรี และอื่น ๆ!

ตลาดซื้อขายคริปโต